บทที่ 7 นังตัวดี

เจียงหว่านอี๋คิดว่าตนคงเสียสติไปแล้วจริง ๆ เมื่อวานนางเพิ่งเดินไปหาเซี่ยจิ่งเหิงถึงเรือน

ทั้งยังประกาศด้วยตนเองว่าวันนี้จะกลับไปดูว่าเขาใช้ยาหรือไม่ พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้

นางจึงต้องนั่งคิดอยู่ครึ่งค่อนวันว่าจะทำอย่างไรกับคำพูดของตัวเอง

ไม่ไปหรือ? ไม่ได้ พูดแล้วไม่ทำย่อมเสียหน้า แต่หากไปอีก...นางเพิ่งตั้งใจไว้ว่าจะอยู่ห่างเขา

“คุณหนูใหญ่กำลังกลุ้มใจเรื่องใดอยู่หรือเจ้าคะ?” เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านข้าง

เจียงหว่านอี๋เงยหน้ามอง คนที่ยืนอยู่ไม่ไกลคือฉินหมัวมัว แม่นมเก่าแก่ที่อยู่ข้างกายนางมาตั้งแต่ยังเล็ก

หญิงวัยสี่สิบกว่าแต่งกายเรียบร้อย สีหน้าเคร่งขรึม ท่าทางสุขุม

ในจวนเจียงแม้แต่บ่าวอาวุโสบางคนยังต้องไว้หน้านางอยู่หลายส่วน

ชาติที่แล้ว หลังจวนเจียงตกต่ำ ฉินหมัวมัวก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังอยู่ข้างนาง

เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น เจียงหว่านอี๋ก็เงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่มีอะไร”ฉินหมัวมัวไม่ได้ถามต่อ

เพียงยกถ้วยน้ำแกงหวานมาวางตรงหน้า

“เช่นนั้นคุณหนูกินสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เมื่อคืนท่านนอนไม่ดี วันนี้ก็แทบไม่ได้แตะอาหาร”

เจียงหว่านอี๋พยักหน้า ด้านหลังฉินหมัวมัวมีสาวใช้ตัวเล็กหน้ากลมยืนอยู่ นามว่าชิงเถา อายุสิบสี่ปี

มากกว่านางสามปี เป็นสาวใช้ที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก

ชิงเถาเห็นนางมองมาก็ยิ้มกว้างทันที 

“คุณหนู หากท่านไม่อยากกินน้ำแกงหวาน บ่าวไปเอาขนมดอกกุ้ยฮวามาให้ดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่เอา”

“เช่นนั้นขนมถั่วแดง?”

“ไม่เอา”

“หรือ..”

“ชิงเถา”

ฉินหมัวมัวเรียกเพียงครั้งเดียว สาวใช้ตัวน้อยก็รีบหุบปาก เจียงหว่านอี๋มองคนทั้งสอง

นางแทบลืมไปแล้วว่าวันเยาว์ของนาง รอบกายตนเองคึกคักถึงเพียงนี้ แต่ยังไม่ทันได้คิดต่อ เสียงชิงเถาก็ดังขึ้น

“จริงสิคุณหนู เมื่อครู่บ่าวเห็นคุณหนูรองถือของไปทางเรือนตะวันตกด้วยเจ้าค่ะ”

เจียงหว่านอี๋ชะงัก

“คุณหนูรอง?”

“เจ้าค่ะ คุณหนูเจียงซูเหยา”

ชื่อหนึ่งที่เกือบเลือนหายจากความทรงจำค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เจียงซูเหยา บุตรสาวของหลิ่วอี๋เหนียง

อ่อนกว่านางหนึ่งปี เด็กหญิงผู้นี้มีนิสัยอ่อนโยน นุ่มนวลไม่ชอบแย่งชิงกับผู้ใด

ทุกครั้งที่ถูกเจียงหว่านอี๋รังแกก็มักจะหลบอยู่ด้านหลังมารดา ดวงตาแดงก่ำ

ท่าทางนั้นทั้งดูบอบบางและน่าทะนุถนอม บอบบางกับผีน่ะสิ! นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“นางไปทำอะไรทางนั้น?”

“ได้ยินว่าไปเยี่ยมคุณชายเซี่ยเจ้าค่ะ”

ช้อนในมือเจียงหว่านอี๋กระทบขอบถ้วยดังแกร๊ก “เยี่ยมเขา?”

ชิงเถาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“คุณหนูรองได้ยินว่าเมื่อวานคุณชายเซี่ยถูกโบย จึงนำยากับขนมไปเยี่ยม

บ่าวเห็นสาวใช้ของนางถือของเต็มสองมือเลยเจ้าค่ะ”

เจียงหว่านอี๋วางช้อนลง เมื่อวานนางเพิ่งส่งยาไปหนึ่งตลับ วันนี้เจียงซูเหยาก็จะเอายาไปให้อีก?

ไม่ได้! นังตัวดีผู้นั้นแม้ยังเด็กนางก็มิอาจวางใจ 

หากเซี่ยจิ่งเหิงเห็นว่ายาของเจียงซูเหยาดีกว่าของนาง แล้วเลือกใช้ของอีกฝ่ายขึ้นมาจะทำอย่างไร

ยาของนางก็เสียเปล่าสิ

“ไป”

เจียงหว่านอี๋ลุกขึ้น

ชิงเถารีบตาม

“ไปไหนเจ้าคะ?”

“ขวางคน”

ฉินหมัวมัวมองคุณหนูของตนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินตามไปโดยไม่ถามแม้แต่คำเดียว

ทั้งสามเดินออกจากเรือน ระหว่างทางบ่าวไพร่ที่พบเห็นต่างรีบหลบเปิดทาง เจียงหว่านอี๋ไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

นางเป็นบุตรสาวคนโตเพียงหนึ่งเดียวที่เกิดจากภรรยาเอก บิดาตามใจไร้ที่สิ้นสุด

ในจวนแห่งนี้นอกจากผู้ใหญ่ไม่กี่คนแล้ว นางไม่จำเป็นต้องหลีกทางให้ผู้ใด

เดินไปได้ไม่นานก็พบคนที่ต้องการ เด็กหญิงในชุดสีขาวอมชมพูเดินมาตามทางหิน ด้านหลังมีสาวใช้สองคน

คนหนึ่งถือกล่องขนม อีกคนถือตลับยา ใบหน้าเล็กของเจียงซูเหยาขาวสะอาด งดงามน่ารัก

ดวงตาอ่อนโยน เมื่อเห็นเจียงหว่านอี๋ นางก็หยุดเท้าทันที “พี่ใหญ่” 

เจียงหว่านอี๋มองของในมือสาวใช้ด้านหลัง

“จะไปไหน?”

เจียงซูเหยาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย

“ข้าได้ยินว่าพี่จิ่งเหิงได้รับบาดเจ็บ จึงคิดจะไปเยี่ยมเขาเจ้าค่ะ”

พี่จิ่งเหิง?

เจียงหว่านอี๋ขมวดคิ้ว เรียกเสียสนิทสนมเชียว ชาติที่แล้วนางเคยได้ยินคำเรียกนี้หรือไม่?

ตอนนี้ยังจำไม่ได้! เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน นางแทบไม่เคยใส่ใจ

“ไม่ต้องไป”

เจียงซูเหยาชะงัก

“เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?”

“ข้าบอกว่าไม่ต้องไปก็คือไม่ต้องไป”

น้ำเสียงเอาแต่ใจเช่นนี้เป็นเจียงหว่านอี๋ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ดวงตาของเจียงซูเหยาค่อย ๆ แดงขึ้น...อีกแล้ว!

“แต่พี่จิ่งเหิงได้รับบาดเจ็บเพราะถูกลงโทษ ข้าเพียงอยากนำยาไปให้เขาเท่านั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป